ฟลิปฟลอป เป็นวงจรดิจิตอลชนิดหนึ่ง คือ
มีเอาพุตที่สามารถคงสถาณะได้ มีด้วยกัน 2 เอาต์พุต คือ 𝑄 และ 𝑄 เอาต์พุต 𝑄 เรียกว่าเอาต์พุตปรกติ และเอาต์พุต 𝑄 เรียกว่า เอาต์พุตกลับค่า
(inverted Output)
- ฟลิปฟลอปถูกใช้งานในระบบดิจิตอล ซึ่งใช้สำหรับเป็นส่วนประกอบของหน่วยความจำ และในวงจร Counter เพื่อใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่อยู่ในรูปของเลขฐาน 2
- สำหรับการเปลี่ยนสถาณะเอาต์พุต ของฟลิปฟลอปจากสภาวะหนึ่งไปยังอีกสภาวะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับ สภาวะทางอินพุต โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของฟลิปฟลอปแต่ละชนิด
- ฟลิปฟลอปถูกใช้งานในระบบดิจิตอล ซึ่งใช้สำหรับเป็นส่วนประกอบของหน่วยความจำ และในวงจร Counter เพื่อใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่อยู่ในรูปของเลขฐาน 2
- สำหรับการเปลี่ยนสถาณะเอาต์พุต ของฟลิปฟลอปจากสภาวะหนึ่งไปยังอีกสภาวะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับ สภาวะทางอินพุต โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของฟลิปฟลอปแต่ละชนิด
ตัวฟลิปฟลอป สามารถสร้างขึ้นมาจากเกตพื้นฐานได้ และยังมี IC ให้ใช้งาน และยังมีฟ ลิปฟลอปหลายชนิด
ชนิดของฟลิปฟลอป
1. RS
Flipflop
2. T Flipflop
3. D Flip Flop
4. JK Flip Flop
2. T Flipflop
3. D Flip Flop
4. JK Flip Flop
1. RS
FlipFlop
- RS ฟลิปฟลอป มีอินพุต 2 อินพุตคือ R (Reset) และ S (Set) และมีเอาต์พุต 2 เอาต์พุตคือ 𝑄 และ 𝑄 ซึ่งเอาต์พุต
Q จะเป็นตรงกันข้ามกับ 𝑄 เสมอ จะเหมือนกันไม่ได้
- การสร้าง RS flipflop โดยใช้ NAND
Gate แสดงดังรูป โดยห้ามใช้งานในสภาวะที่ S และ R เป็น
0 ทั้งคู่
- เมื่อป้อน S เป็น 1 และ R เป็น 0 ค่าเอาพุต Q จะถูก Set ให้เป็น 1 และเมื่อให้ R เป็น 1 และ S เป็น 0 จะรีเซตเอาต์พุต Q เป็น 0
- และเมื่อ ป้อน S และ R เป็น
1 ทั้งคู่ FlipFlop ค่าเอาพุตจะอยู่ในสภาวะคงค่า คือไม่มี การเปลี่ยนแปลงค่า ขึ้นอยู่กับสภาวะก่อนหน้าว่ามีค่าเป็นอะไร
- การทำงานของ RS-FlipFlop
1. ถ้าให้ขา SET ได้รับลอจิก 1 และขา Reset ได้ลอจิก 0 จะเรียกว่า สถานะเซต ซึ่งทำให้ค่า Q มีค่าเป็น 1 และ ~Q มีค่าเป็น 0
2.เมื่อให้ขา SET ได้รับลอจิกเป็น 0 ค่าของ Q จะไม่มีการเปลี่ยนแลง จะเรียกสถานะนี้ว่า Latch คือ ไม่มีการเปลี่ยนค่าของ Q
3. กลับกันหากให้ขา Reset มีค่าเป็น
1 และขา Set มีค่าเป็น 0 จะเรียกว่าสถานะ Reset
4.และหากให้อินพุต Set และ Reset มีค่าเป็น 1 ทั้งคู่ สภาวะนี้จะไม่มีการนำมาใช้งาน
- การใช้งานฟลิปฟลอบส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับสัญญาณอินพุตในด้านของเวลา
เช่นตัวอย่างต่อไปนี้

ฟลิปฟลอป RS แบบ สัญญาณควบคุม
- เนื่องจาก RS ทำงานเมื่อได้รับระดับสัญญาณจากทาง อินพุตและเปลี่ยนแปลงทันที ไม่สามารถนำไปใช้กับวงจรแบบทำตามสัญญาณเวลาได้ ดังนั้นจึงพัฒนาฟลิปฟลอปแบบมีสัญญาณควบคุมเข้ามาดังรูป โดยทำการเพิ่ม AND ทางอินพุตอีก 2
ตัว โดยขา CLK จะเป็นสัญญาณควบคุมการ เปลี่ยนสถานะของ RS หาก ขา CLK ไม่มีลอจิกเป็น 1
อินพุตที่จะเข้าไปยัง RS แบบ ปรกติจะมีสถาวะเป็น
0 หมายถึงอยู่ในสถานะLatch
จากรูปเราจะเห็นว่ามี Input 3 Input คือ
R S และ Clock แต่ยังคงมี 2 เอาต์พุตเช่นเดิม เมื่อมีสัญญาณ นาฬิกาควบคุมแล้ว RS FlipFlop จะไม่ท
าการเปลี่ยนแปลงในทันที จะทำการเปลี่ยนก็ ต่อเมื่อมีอินพุต
Clk เข้ามา ตามตารางความจริง จะเห็นว่า การทำงานของ RS ยังคงเป็นเช่นเดิม เพียงแต่มีสัญญาณ
CLK มาร่วม ตัวอย่าง สภาวะรีเซต ( Q = 0 ) จะเกิดเมื่อ
R เป็น 1 และ S เป็น 0 แต่Flipflop
จะให้เอาพุตต์ในสภาวะรีเซตก็ต่อเมื่อ ได้รับสัญญาณ
CLK เป็น 1
- การสร้าง RS flipflop โดยใช้ NAND Gate แสดงดังรูป โดยห้ามใช้งานในสภาวะที่ S และ R เป็น 0 ทั้งคู่
- เมื่อป้อน S เป็น 1 และ R เป็น 0 ค่าเอาพุต Q จะถูก Set ให้เป็น 1 และเมื่อให้ R เป็น 1 และ S เป็น 0 จะรีเซตเอาต์พุต Q เป็น 0
- และเมื่อ ป้อน S และ R เป็น
1 ทั้งคู่ FlipFlop ค่าเอาพุตจะอยู่ในสภาวะคงค่า คือไม่มี การเปลี่ยนแปลงค่า ขึ้นอยู่กับสภาวะก่อนหน้าว่ามีค่าเป็นอะไร
- การทำงานของ RS-FlipFlop
1. ถ้าให้ขา SET ได้รับลอจิก 1 และขา Reset ได้ลอจิก 0 จะเรียกว่า สถานะเซต ซึ่งทำให้ค่า Q มีค่าเป็น 1 และ ~Q มีค่าเป็น 0
2.เมื่อให้ขา SET ได้รับลอจิกเป็น 0 ค่าของ Q จะไม่มีการเปลี่ยนแลง จะเรียกสถานะนี้ว่า Latch คือ ไม่มีการเปลี่ยนค่าของ Q
3. กลับกันหากให้ขา Reset มีค่าเป็น 1 และขา Set มีค่าเป็น 0 จะเรียกว่าสถานะ Reset
4.และหากให้อินพุต Set และ Reset มีค่าเป็น 1 ทั้งคู่ สภาวะนี้จะไม่มีการนำมาใช้งาน
- การใช้งานฟลิปฟลอบส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับสัญญาณอินพุตในด้านของเวลา
เช่นตัวอย่างต่อไปนี้

ฟลิปฟลอป RS แบบ สัญญาณควบคุม

ฟลิปฟลอป RS แบบ สัญญาณควบคุม
จากรูปเราจะเห็นว่ามี Input 3 Input คือ
R S และ Clock แต่ยังคงมี 2 เอาต์พุตเช่นเดิม เมื่อมีสัญญาณ นาฬิกาควบคุมแล้ว RS FlipFlop จะไม่ท
าการเปลี่ยนแปลงในทันที จะทำการเปลี่ยนก็ ต่อเมื่อมีอินพุต
Clk เข้ามา ตามตารางความจริง จะเห็นว่า การทำงานของ RS ยังคงเป็นเช่นเดิม เพียงแต่มีสัญญาณ
CLK มาร่วม ตัวอย่าง สภาวะรีเซต ( Q = 0 ) จะเกิดเมื่อ
R เป็น 1 และ S เป็น 0 แต่Flipflop
จะให้เอาพุตต์ในสภาวะรีเซตก็ต่อเมื่อ ได้รับสัญญาณ
CLK เป็น 1
2. D FlipFlop
D ฟลิปฟลอป ทำงานเมื่อมีสัญญาณนาฬิกาเข้ามาจะทำให้ฟลิปฟลอปชนิดนี้ให้เอาต์พุตออกมาโดย เป็นไปตามข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าที่ขา
D (Data input) ในขณะนั้น มีสัญลักษณ์ดังรูป
ประกอบด้วย Input 2 ขา คือขา Clock
และ ขา D (data) ให้เอาพุต 2 ขา คือ Q และ ~Q u การทำงานจะทำงานตามสัญญาณ นาฬิกา หมายความว่า เมื่อมีสัญญาณ นาฬิกาเข้ามา จึงจะนำค่าลอจิกที่อยู่ในขา D ส่งออกไปยัง Output
Q D ฟลิปฟลอป
ใช้มากในการเลื่อนข้อมูลจาก Serial To Parallel D ฟลิปฟลอป
อีกประเภทหนึ่งจะมี ขาสำหรับควบคุมการทำงานของ D flipflop นั่นคือ ขา Set กับ Clear จะเรียกการทำงานนี้ว่าการทำงานแบบ
อะซิงโครนัส
สังเกตการณ์ทำงานแบบ ซิงโครนัส จำต้องให้ ขา PS และ ขา CLR เป็น 1 ทั้งคู่จึงสามารถ ทำงานแบบ ซิงโครนัสได้ แต่เมื่อขา PS
หรือ CLR เปลี่ยนแปลงเป็น 0 หรือ 1 จะเข้าสู่โหมดการทำงานแบบ อะซิงโครนัสทันที สังเกตุว่ามันคือการทำงานคล้ายกับการนำ RS FlipFlop มาร่วมกับ D FlipFlop

D Flipflop with Asynchronous
ฟลิปฟลอบแบบกระตุ้นด้วยขอบสัญญาณ
การทำงานของฟลิปฟล๊อป แบบ RS และ D ฟลิปฟลอบ ตัวฟลิปฟลอบจะทำงานเมื่อ ClK มีสัญญาณ เป็น 1 การกระตุ้นการทำงานแบบนี้เรียกว่า Level Trigger การใช้งานฟลิปฟล๊อปบางกรณีต้องการให้ฟลิปฟลอบเปลี่ยนสถานะแค่ช่วงสั้นๆเท่านั้น โดยจะใช้การกระตั้งด้วยขอบของสัญญาณ จะเรียกว่า Edge Trigger โดยฟลิปฟลอปจะ เปลี่ยนสถานะ ก็ต่อเมื่อสัญญาณ CLK มีการเปลี่ยนลอจิกจาก 0 เป็น 1 เรียกว่ากระตุ้น ด้วยขอบขาขึ้น u และหากฟลิปฟลอปเปลี่ยนสถานะเมื่อ CLK เปลี่ยนจาก 1 เป็น 0 เรียกว่ากระตุ้นด้วย ขอบขาลง
D FlipFlop ที่กระตุ้นด้วยขอบ
D ฟลิปฟลอป ทำงานเมื่อมีสัญญาณนาฬิกาเข้ามาจะทำให้ฟลิปฟลอปชนิดนี้ให้เอาต์พุตออกมาโดย เป็นไปตามข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าที่ขา
D (Data input) ในขณะนั้น มีสัญลักษณ์ดังรูป
ประกอบด้วย Input 2 ขา คือขา Clock และ ขา D (data) ให้เอาพุต 2 ขา คือ Q และ ~Q u การทำงานจะทำงานตามสัญญาณ นาฬิกา หมายความว่า เมื่อมีสัญญาณ นาฬิกาเข้ามา จึงจะนำค่าลอจิกที่อยู่ในขา D ส่งออกไปยัง Output Q D ฟลิปฟลอป ใช้มากในการเลื่อนข้อมูลจาก Serial To Parallel D ฟลิปฟลอป อีกประเภทหนึ่งจะมี ขาสำหรับควบคุมการทำงานของ D flipflop นั่นคือ ขา Set กับ Clear จะเรียกการทำงานนี้ว่าการทำงานแบบ อะซิงโครนัส
สังเกตการณ์ทำงานแบบ ซิงโครนัส จำต้องให้ ขา PS และ ขา CLR เป็น 1 ทั้งคู่จึงสามารถ ทำงานแบบ ซิงโครนัสได้ แต่เมื่อขา PS
หรือ CLR เปลี่ยนแปลงเป็น 0 หรือ 1 จะเข้าสู่โหมดการทำงานแบบ อะซิงโครนัสทันที สังเกตุว่ามันคือการทำงานคล้ายกับการนำ RS FlipFlop มาร่วมกับ D FlipFlop

D Flipflop with Asynchronous
ฟลิปฟลอบแบบกระตุ้นด้วยขอบสัญญาณ
การทำงานของฟลิปฟล๊อป แบบ RS และ D ฟลิปฟลอบ ตัวฟลิปฟลอบจะทำงานเมื่อ ClK มีสัญญาณ เป็น 1 การกระตุ้นการทำงานแบบนี้เรียกว่า Level Trigger การใช้งานฟลิปฟล๊อปบางกรณีต้องการให้ฟลิปฟลอบเปลี่ยนสถานะแค่ช่วงสั้นๆเท่านั้น โดยจะใช้การกระตั้งด้วยขอบของสัญญาณ จะเรียกว่า Edge Trigger โดยฟลิปฟลอปจะ เปลี่ยนสถานะ ก็ต่อเมื่อสัญญาณ CLK มีการเปลี่ยนลอจิกจาก 0 เป็น 1 เรียกว่ากระตุ้น ด้วยขอบขาขึ้น u และหากฟลิปฟลอปเปลี่ยนสถานะเมื่อ CLK เปลี่ยนจาก 1 เป็น 0 เรียกว่ากระตุ้นด้วย ขอบขาลง
D FlipFlop ที่กระตุ้นด้วยขอบ
3. JK FlipFlop
JK FlipFlop เป็นอุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก
เนื่องจาก JK สามารถสร้างทดแทนฟลิปฟลอปชนิดอื่นๆ ได้ทั้งหมด JK
FlipFlop ประกอบด้วย 3 อินพุต คือ J K และ CLK และยังมี
output 2 output เช่นเดิม สภาวะการทำงานของ JK เป็นดังตาราง
แบ่งออกเป็น 4 สภาวะ
1. สภาวะคงที่ หรือ เก็บข้อมูลไม่เปลี่ยนแปลง Q และ ~Q จะมีข้อมูลเหมือนเดิม
2. สภาวะรีเซต เกิดเมื่อมี ค่า J เป็น 0 และ
K เป็น 1 ค่า Q มีค่า เป็น 0
3. สภาวะเซต
เกิดเมื่อ J เป็น 1 และ K เป็น 0 ค่าของ
Q มีค่าเป็น 1
4. สภาวะท๊อกเกิล (กลับค่า) หมายความว่า
เมื่อลอจิกอินพุตของ J และ K เป็น 1 ผลของ เอาพุต Q
จะมีค่าตรงข้ามจากเดิม เช่นถ้าเดิมQ เป็น 0 หลังจาก
อยู่ในการทำงานแบบ Togle แล้ว ค่า
Q จะเปลี่ยนเป็น 1 โดยการเปลี่ยนสภาวะ JK FlipFlop
จะต้องได้รับค่าระดับสัญญาณ CLK ก่อนเสมอ
JK
FlipFlop ทำ งาน
2 ส่วนคือ
1. การทำงานแบบ
อะซิงโครนัส คือมีขา สัญญาณ PS และ CLR ท าหน้าที่ ควบคุมการท ำงานของ JK อีกชั้นหนึ่ง ลักษณะการทำงานเหมือนกับ D FlipFlop ทุกประการ
2. การท ำงานแบบ ซิงโครนัส
คือ การท ำการแบบปรกติ ประกอบด้วยการ ท ำงานของ Input ขา J K และ CLK
JK FlipFlop
JK FlipFlop เป็นอุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก
เนื่องจาก JK สามารถสร้างทดแทนฟลิปฟลอปชนิดอื่นๆ ได้ทั้งหมด JK
FlipFlop ประกอบด้วย 3 อินพุต คือ J K และ CLK และยังมี
output 2 output เช่นเดิม สภาวะการทำงานของ JK เป็นดังตาราง
แบ่งออกเป็น 4 สภาวะ
แบ่งออกเป็น 4 สภาวะ
1. สภาวะคงที่ หรือ เก็บข้อมูลไม่เปลี่ยนแปลง Q และ ~Q จะมีข้อมูลเหมือนเดิม
2. สภาวะรีเซต เกิดเมื่อมี ค่า J เป็น 0 และ K เป็น 1 ค่า Q มีค่า เป็น 0
3. สภาวะเซต เกิดเมื่อ J เป็น 1 และ K เป็น 0 ค่าของ Q มีค่าเป็น 1
4. สภาวะท๊อกเกิล (กลับค่า) หมายความว่า เมื่อลอจิกอินพุตของ J และ K เป็น 1 ผลของ เอาพุต Q จะมีค่าตรงข้ามจากเดิม เช่นถ้าเดิมQ เป็น 0 หลังจาก อยู่ในการทำงานแบบ Togle แล้ว ค่า Q จะเปลี่ยนเป็น 1 โดยการเปลี่ยนสภาวะ JK FlipFlop จะต้องได้รับค่าระดับสัญญาณ CLK ก่อนเสมอ
JK
FlipFlop ทำ งาน
2 ส่วนคือ
1. การทำงานแบบ
อะซิงโครนัส คือมีขา สัญญาณ PS และ CLR ท าหน้าที่ ควบคุมการท ำงานของ JK อีกชั้นหนึ่ง ลักษณะการทำงานเหมือนกับ D FlipFlop ทุกประการ
2. การท ำงานแบบ ซิงโครนัส
คือ การท ำการแบบปรกติ ประกอบด้วยการ ท ำงานของ Input ขา J K และ CLK
JK FlipFlop
4.T FlipFlop
4.T FlipFlop
ลักษณะการทำงานของ T ฟลิปฟลอป
คือจะเปลี่ยนสภาวะเป็นตรงกันข้ามทุกครั้งที่มีสัญญาณนาฬิกา ป้อนเข้ามาที่
Toggle Input (T) หมายความว่า ถ้า T ฟลิปฟลอป
อยู่ในสภาวะ "0" เมื่อมีสัญญาณ นาฬิกาป้อนเข้ามาถูกต้อง
ไม่ว่าจะเป็นขอบขาขึ้นหรือขอบขาลง มันจะเปลี่ยนสภาวะเป็น "1" และจะ กลับไปเป็น "0" อีกครั้ง
เมื่อมีสัญญาณลูกใหม่ป้อนเข้ามา T ฟลิปฟลอป มี 2 แบบตามลักษณะของ สัญญาณนาฬิกา คือแบบขอบขาขึ้นและแบบขอบขาลง ซึ่งมีสัญลักษณ์แสดง
ดังรูป
จะเห็นว่าการเปลี่ยนสภาวะของเอาต์พุต Q จาก
"0" เป็น "1" หรือจาก "1"
เป็น "0" จะเปลี่ยนตรงตำแหน่งที่สัญญาณ นาฬิกาขอบขาขึ้น ส่วนรูปที่ 5.9 ข.
จะเปลี่ยนสภาวะตรง ตำแหน่งที่สัญญาณนาฬิกาขอบขาลง
อ้างอิง
นาย แทนไท แซ่จ๊ะ
คณะวิศวกรรมศาสาตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
ลักษณะการทำงานของ T ฟลิปฟลอป
คือจะเปลี่ยนสภาวะเป็นตรงกันข้ามทุกครั้งที่มีสัญญาณนาฬิกา ป้อนเข้ามาที่
Toggle Input (T) หมายความว่า ถ้า T ฟลิปฟลอป
อยู่ในสภาวะ "0" เมื่อมีสัญญาณ นาฬิกาป้อนเข้ามาถูกต้อง
ไม่ว่าจะเป็นขอบขาขึ้นหรือขอบขาลง มันจะเปลี่ยนสภาวะเป็น "1" และจะ กลับไปเป็น "0" อีกครั้ง
เมื่อมีสัญญาณลูกใหม่ป้อนเข้ามา T ฟลิปฟลอป มี 2 แบบตามลักษณะของ สัญญาณนาฬิกา คือแบบขอบขาขึ้นและแบบขอบขาลง ซึ่งมีสัญลักษณ์แสดง
ดังรูป
จะเห็นว่าการเปลี่ยนสภาวะของเอาต์พุต Q จาก
"0" เป็น "1" หรือจาก "1"
เป็น "0" จะเปลี่ยนตรงตำแหน่งที่สัญญาณ นาฬิกาขอบขาขึ้น ส่วนรูปที่ 5.9 ข.
จะเปลี่ยนสภาวะตรง ตำแหน่งที่สัญญาณนาฬิกาขอบขาลง
อ้างอิง
นาย แทนไท แซ่จ๊ะ
คณะวิศวกรรมศาสาตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา


















How to play blackjack with friends at a casino? - JTM Hub
ตอบลบWhat is the rules for 의왕 출장안마 blackjack? Blackjack rules 서울특별 출장마사지 are similar in 상주 출장샵 that they are the same as normal casino 안양 출장샵 games. 공주 출장안마 You